วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

I.A.R. พัฒนาการอีกขั้นของS.A.W.


ในประวัติศาสตร์การรบของทหารราบทั่วโลกนั้นมีอาวุธชนิดหนึ่งที่วิวัฒนาการมาตลอด อาวุธที่ว่านี้คือปืนกลอันหมายถึงปืนที่ยิงได้เพียงรูปแบบเดียวคืออัตโนมัติ ป้อนกระสุนด้วยสายกระสุนหรือตับกระสุน เหนี่ยวไกครั้งเดียวส่งกระสุนออกไปได้เป็นกลุ่มก้อน ด้วยจุดมุ่งหมายแต่กำเนิดขึ้นคือให้หน่วยรบขนาดเล็กใช้ยิงกดหัวข้าศึกให้พลปืนเล็กเข้าดำเนินกลยุทธ์ ทั้งทำลายและยึดที่มันได้ปลอดภัย หรือจะใช้ยิงทำลายเป้าหมายโดยตรงก็ยังได้

เดิมเมื่อหน่วยทหารยังเคลื่อนที่ได้ไม่เร็วน้ำหนักปืนกลจะไม่ค่อยเป็นปัญหา ปืนกลยุคเริ่มแรกอย่างแกตลิ่งหรือแม็กซิมเมื่อร้อยกว่าปีก่อนยังใหญ่และหนักจนต้องใช้ล้อเลื่อน ทหารต้องเข็นมันเข้าประจำตำแหน่งยิง บรรจุกระสุนแล้วยิงด้วยพลยิงสามนายหรือสองนายเป็นอย่างน้อย คือพลยิง พลบรรจุกระสุนและพลลำเลียงกระสุน ข้อดีคือมันยิงได้ต่อเนื่องและคลุมพื้นที่ได้มาก ถ้าประสานแนวยิงให้ไขว้กันดีๆแล้วจะไม่มีใครหรืออะไรผ่านแนวกระสุนเข้ามาได้เลย

แต่ข้อเสียคือลำกล้องปืนกลร้อนเร็วจนต้องมีระบบระบายความร้อน บางรุ่นเช่นปืนกลวิกเกอร์สของอังกฤษ แม็กซิมของอเมริกันและรุ่นคล้ายคลึงกันของเยอรมันคือMG08ต้องระบายความร้อนด้วยน้ำ มิฉะนั้นลำกล้องจะคดหรือหนักที่สุดคือแตกเมื่อยิงต่อเนื่องไม่หยุด จะให้ยิงต่อเนื่องได้นานพลยิงจึงต้องพกลำกล้องสำรองไปเปลี่ยนด้วยสองหรือสามอัน

พัฒนาการด้านปืนกลประจำหมู่แทบไม่มีการพัฒนาเลยระหว่างสงครามโลกครั้งที่1และ2 ทหารยังใช้ปืนกลระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำทั้งฝ่ายสัมพันธมิตรและอักษะ อเมริกันดูจะตระหนักถึงความคล่องตัวมากกว่าด้วยการใช้ปืนกลเบาประจำหมู่M1918A2 B.A.R.(Browning Automatic Rifle)ในแนวรบยุโรปเพื่อยิงสนับสนุน ป้อนกระสุนขนาด.30ของสปริงฟิลด์ด้วยซองกระสุนยิงจากระดับสะโพก มีขาทรายติดลำกล้องมาด้วยเพื่อความเสถียรยามตั้งยิง มันติดตามททหารอเมริกันและชาติพันธมิตรไปตั้งแต่อาฟริกาเหนือ นอร์มังดีถึงการรบในเมืองหลายเมืองของฝรั่งเศสและเยอรมนี ปืน"บาร์"ใช้ซองกระสุน20นัดเฉพาะของมันเองไม่ปะปนกับปืนเล็กยาวอื่นๆ อย่างM1”กาแรนด์"ที่ใช้กระสุน.30หรือปืนกลมือ"ธอมป์สัน"ใช้กระสุน.45

เมื่อสงครามเย็นที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่2นั้นแนวความคิดเรื่องปืนกลประจำหมู่ยังไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อโลกแบ่งฝ่ายเป็นคอมมิวนิสต์กับโลกเสรี แม้บาร์จะคล่องตัวแต่กองทัพกลับเห็นว่ามันล้าสมัยเพราะใช้กระสุนคนละขนาด ซองกระสุนบรรจุได้น้อยจนเป็นปัญหาหากต้องยิงต่อเนื่องจึงต้องเลิกใช้ นักการทหารหันมาให้ความสนใจมากกว่ากับปืนกลประจำหมู่อย่างM60ที่ใช้กระสุน7.62..ป้อนกระสุนด้วยสาย หลังจากเป็นที่รู้จักในสงครามเวียตนามว่า"ม้าใช้ของลุงแซม" ปืนกลรุ่นนี้ก็เป็นที่นิยมทั่วโลกด้วยกลไกที่วางใจได้ อัตราการยิงและความแม่นยำพอใช้ แต่ปัญหาคือมันหนักจนทหารอยากแบกไปแค่ตัวปืน ต้องใช้พลยิงตัวใหญ่กำยำเท่านั้นจึงจะเอาอยู่ นอกจากนี้มันจะกลายเป็นตัวถ่วงหน่วยรบมากกว่าเคร่ื่องประกันความปลอดภัย

ผลการวิจัยของกองทัพสหรัฐฯที่กระทำอย่างต่อเนื่องระหว่างสงครามเวียตนาม ทำให้ทราบแนวโน้มว่าปืนกลประจำหมู่ควรเบากว่าเดิมและแค่กระสุนขนาดเท่ากับปืนเล็กก็พอใช้ ด้วยระยะปะทะไม่เกิน300-400เมตรไกลสุดนั้นไม่จำเป็นเลยสำหรับกระสุนหน้าตัดใหญ่ขนาด7.62.. เพียงแค่5.56 ..เหมือนปืนเล็กยาวก็เพียงพอให้ทหารเต็มใจแบกมันไปพร้อมกระสุนแบบสบายๆ กระสุนเล็กลงความเครียดในการยิงก็น้อยลงตามเพราะแรงถีบต่ำ ปืนกลเบาแบบใหม่นี้ต้องป้อนกระสุนได้สองแบบคือทั้งจากซองกระสุนของปืนเล็กและจากสายกระสุนบรรจุกล่อง มีสองแบบคือแบบปกติสำหรับทหารราบและแบบพานท้ายยืด/หดได้สำหรับพลร่ม ผลคือSquad Automatic WeaponหรือS.A.W. (เรียกง่ายๆว่า"ซอว์")

ซอว์"ที่ประจำการอยู่ทั่วโลกรวมทั้งกองทัพบกไทย คือM249ของFNค่ายผู้ผลิตปืนกลดังจากเบลเยียมที่กองทัพอเมริกันเป็นลูกค้ารายใหญ่ จุดเด่นของM249คือมันใช้กระสุนขนาด5.56..มาตรฐานนาโตเท่าปืนเล็กยาวตระกูลM16และM4 ที่แตกหน่อออกมา ป้อนกระสุนได้สองแบบคือจากสายกระสุนและจากซองกระสุน หมายความว่าถ้ากระสุนหมดหากไม่เติมด้วยสายกระสุนก็คว้าซองกระสุนM16ทุกรุ่นเสียบได้เลยไม่ว่าจะยาวหรือสั้น แต่ข้อเสียคือมันยังหนัก ต้องเปลี่ยนลำกล้อง การใช้สายกระสุนทำให้ขัดลำกล้องบ่อย ใช้เวลาเปลี่ยนตับกระสุนนาน ราคาแพงและไม่คล่องตัวเมื่อสนามรบทั่วโลกเปลี่ยนไปจากป่ามาสู่เมือง

ด้วยการเป็นหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วความคล่องตัวสูง ที่สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้ภายใน24ชั่วโมง เหล่านาวิกโยธินสหรัฐฯจึงต้องมองหาอาวุธอีกชนิดเพื่อมาอุดช่องว่างระหว่างปืนกลประจำหมู่และปืนเล็กยาว ด้วยคุณสมบัติว่ามันต้องยิงได้นานในระบบลูกเลื่อนเปิดโดยไม่ต้องเปลี่ยนลำกล้อง ใช้กระสุนขนาดเดียวกับปืนเล็กยาวมาตรฐานคือตระกูลM16 ตัดปัญหากระสุนขัดลำกล้องและลดเวลาการบรรจุใหม่ด้วยการใช้ซองกระสุนบรรจุ30นัดที่ทหารนำติดตัวไปได้มาก หรือหากกระสุนหมดก็หาเติมได้ง่ายจากพลปืนเล็กใกล้เคียง ราคาต้องไม่แพงเหมือนM249 จนสามารถจัดหาเข้าประจำการได้ทีละมากๆ ผลคือโครงการI.A.RหรือInfantry Automatic Rifle ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เกือบเหมือนนำเอา"บาร์"มาปัดฝุ่นปรับปรุงใหม่หลังจากทิ้งไปหลายสิบปี

ด้วยระบบลูกเลื่อนเปิด หลังจากดึงมันถอยหลังแล้วสปริงจะดันมันส่งกระสุนเข้ารังเพลิง ส่งเข็มแทงชนวนกระแทกจอกกระทบแตกจานท้ายยิงหัวกระสุน ให้แรงดันแก๊ซส่วนหนึ่งดันลูกเลื่อนถอยหลังกลับมาพร้อมดันกระสุนนัดต่อไปเข้ารังเพลิง ไอเออาร์ขจัดปัญหา"cook off”หรือรังเพลิงร้อนจนกระสุนลั่นเองได้หมด ด้วยลำกล้องหนากว่าเดิมมันจึงร้อนชา ประกอบกับประกับรองมือระบายความร้อน"ฮีท ซิงค์"ใหญ่และโปร่งที่ด้านหน้า ไอเออาร์จึงยิงต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนลำกล้องด้วยระบบการยิงอย่างเดียวคืออัตโนมัติเหมือน"ซอว์" ติดขาทรายให้ด้วยเพื่อความเสถียรยามตั้งยิง จะประทับยิงเข้าร่องบ่าหรือยิงจากระดับสะโพกแบบปืนเล็กยาวก็ยังได้ บริเวณประกับรองมือยังมีรางติดอาวุธ"พิคคาทินนี"ให้ติดอ็อปชั่นเสริมได้ ทั้งไฟฉายและเครื่องชี้เป้าอินฟราเรด รวมถึงกล้องเล็งเมื่อต้องการความชัดเจนระยะไกล

ทั้งที่ไอเออาร์ดูเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า ก็ใช่ว่าM249”ซอว์"ของเดิมจะถูกยกเลิกเสียทีเดียว เพราะกองทัพบกสหรัฐฯยังใช้ปืนกลแบบนี้อยู่ จะด้วยเหตุผลว่าเพราะยังพัฒนาโครงการแบบเดียวกันของตัวเองไม่เสร็จหรือไม่เห็นความสำคัญของมันก็ตาม และนาวิกโยธินเองก็ใช้เพียงแต่ในระดับที่สูงขึ้นไปคือกองร้อยโดยเป็นไปตามดุลพินิจของผู้บังคับหน่วย เพียงแต่สภาพการรบที่เปลี่ยนไปทำให้กองทัพต้องการปืนอะไรสักอย่างที่มาเชื่อมรอยต่อระหว่างปืนเล็กยาวกับปืนกล ให้ใช้งานได้คล่องตัวแบบปืนเล็กยาวแต่ยิงสนับสนุนต่อเนื่องได้เหมือนปืนกลประจำหมู่

ด้วยการเป็นปืนกลสนับสนุนหน่วยรบขนาดเล็กไอเออาร์จึงลดภาระของทหารราบได้มาก มันเบากว่าทำให้หอบกระสุนไปได้มากกว่า ดีกว่าตรงที่ยิงต่อเนื่องได้ไม่ต้องเปลี่ยนลำกล้อง รวมทั้งยังเพิ่มอำนาจการยิงได้ด้วยการเพิ่มมันเข้าไปในหมู่อีกสองสามกระบอกด้วยราคาถูกกว่า"ซอว์"เดิมสองถึงสามเท่า สำหรับนาวิกโยธิน13 นายในหนึ่งหมู่ การมีปืนกลสนับสนุนมากขึ้นจะทำให้ทหารปลอดภัยขึ้นรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพให้รุกรบได้รวดเร็ว ยิงกดเป้าหมายได้นานต่อเนื่อง จุดเด่นที่เห็นชัดๆของไอเออาร์คือความเร็วในการบรรจุกระสุนซึ่งทหารจะใช้มือทั้งสองข้างคุ้มเวลา ขณะมือขวาปลดซองกระสุนปล่อยร่วงหล่นนั้นมือซ้ายสามารถคว้าซองบรรจุเต็มเสียบเข้าช่องรับกระสุนได้ทันที หากจะแย้งว่าM249ก็ใช้ซองกระสุนได้เหมือนกัน ข้อนั้นก็ต้องยอมรับแต่จุดด้อยของมันคือยังต้องเปลี่ยนลำกล้องอยู่ดีเมื่อยิงต่อเนื่อง

หลังจากวางโครงการไว้ จนมีผู้ผ่านการทดสอบหลายรายสามารถผลิตและส่งมอบได้ตามความต้องการ เหล่านาวิกโยธินสหรัฐฯวางแผนไว้ว่าจะนำไอเออาร์4,100กระบอกเข้าประจำการแทนที่M249เดิมจำนวน2,000กระบอกในระดับหมู่ปืนเล็ก กับบางส่วนที่ติดบนยานยนต์ในกองพันยานเกราะลาดตระเวน อีก8,000ถึง10,000กระบอกจะยังคงประจำการอยู่ทั่วไปในเหล่า ในจำนวนสี่พันกว่ากระบอกนี้กองทัพนาวิกโยธินเจ้าของโครงกรได้ผู้ชนะการแข่งขันแล้ว คือ เอฟเอ็น แฮร์ชตาล(FN Herstal)แห่งเบลเยียมเจ้าของปืนM249”ซอว์"เดิมที่นำปืนเล็กยาวSCARเดิมของตนมาดัดแปลงให้ตรงตามข้อกำหนดของนาวิกโยธิน ส่วนที่มาแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือเอชแอนด์เคเจ้าของปืนHK416ที่ดัดแปลงจากM4ของโคลต์ และโคลต์ ดีเฟนซ์ต้นตำรับM16และM16สุดยอดปืนเล็กยาวที่สหรัฐฯใช้ประจำการมาหลายสิบปีตั้งแต่ครั้งสงครามเวียตนาม

โดยเฉพาะโคลต์ ดีเฟนซ์นั้นได้นำไอเออาร์ของตนมาแสดงในงานดีเฟนซ์แอนด์ซีเคียวริตี้2009ที่เมืองทองธานีด้วย เท่าที่ผมได้ทดลองจับและกระชากลูกเลื่อนดูพบว่ามันให้ความรู้สึกแทบไม่ต่างจากปืนเล็กยาวตระกูลM16ที่เราใช้อยู่ น้ำหนักอาจจะมากกว่าปืนM16A4นิดหน่อยแต่เทียบกับM249แล้วยังเบากว่ามาก เท่าที่เห็นและประทับใจคือประกับรองมือใหญ่ที่น่าจะระบายความร้อนได้จริงตามคำอ้าง ลำกล้องหนาพอจะรับความร้อนไว้แล้วส่งผ่านประกับรองมือที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนไปพร้อมกันได้หมดจดจนไม่เกิดอาการ"คุคออฟ"หรือกระสุนลั่นเองเพราะรังเพลิงร้อนจัด ถ้าไม่แน่จริงโคลต์กับอีกสองบริษัทที่เหลือคงผ่านการทดสอบอันหฤโหดของนาวิกโยธินมาไม่ได้

จากปืนกลล้อเข็นอย่างแม็กซิมเมื่อต้นทศวรรษ1910 มาถึงซอว์และไอเออาร์ในปัจจุบัน อาวุธสนับสนุนการรบของทหารราบยังคงพัฒนาต่อเนื่องและจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ในอนาคตอันใกล้ กองทัพเล็กๆอย่างเราคงไม่ต้องขวนขวายหาอาวุธอะไรให้หลากหลายเหมือนสหรัฐฯ เพราะผลประโยชน์ที่ต้องปกป้องและกิจนั้นต่างกัน ถึงจะไม่ได้ใช้แต่รู้เรื่องราวของมันไว้ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในการเปิดรับข่าวสารเพื่อโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น